https://mail.google.com/mail/u/0?ui=2&ik=fb1036a398&attid=0.1&permmsgid=msg-f:1611220453590653037&th=165c3477471d586d&view=att&disp=safe https://www.latindex.org/latindex/ficha?folio=28152

Comentários do leitor

9 à¤Åç´ÅѺ¢Í§¹Ñ¡à¢Õ¹º·¤ÇÒÁ SEO Á×ÍÍÒªÕ¾

por Effie Moris (2019-12-17)


ทำ SEO 2020 - http://www.loolalab.com/index.php?option=com_k2&view=itemlist&task=user&id=1056850; "9 เคล็ดลับของนักเขียนบทความ SEO มืออาชีพ โดย Kari Dephillips - รับทำ SEO ติดหน้าแรก 100% การันตี ไม่ติดคืนเงินทันที","

"บล็อกและบทความ SEO เป็นส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับการประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์และการบริหารจัดการทางโซเชียลมีเดีย"

ในเว็บไซต์ The Content Factory ของ Kari Dephillips มีการเขียนบล็อกและบทความ SEO ไว้ถึง 40 บทความต่อสัปดาห์ ให้ลูกค้าของพวกเขาได้อ่าน – ไม่รวมหน้าที่เป็น Landing pages (ถ้าแปลแบบตรงตัวจะหมายความว่าหน้าเว็บไซต์ที่คนเข้ามาถึงเป็นหน้าแรก แต่ถ้าเป็นความหมายในเชิง Online Marketing แล้ว Landing Page จะเป็นหน้าที่ถูกออกแบบ และสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์อะไรบางอย่าง แค่เพียงอย่างในอย่างหนึ่ง เช่น Subscribe ด้วยอีเมล, ปุ่ม Blog, ปุ่ม About, ลิสต์ของบล็อกล่าสุด และปุ่มไลก์เพจ Facebook)

ซึ่งสิ่งที่พวกเค้าทำแต่ละอย่างสามารถกระตุ้นให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ของพวกเขาได้ ซึ่งการโพสต์เนื้อหาบนเว็บเป็นประจำเป็นวิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุดในการนำเสนอที่มีศักยภาพให้กับแบรนด์ของคุณไปสู่ลูกค้า

โดยที่คุณไม่ต้องคาดหวังเลยว่าการใส่คำคีย์เวิร์ดมากมายบนหน้าเว็บจะทำให้มีคนมาดูได้ แต่การเขียนบทความที่เป็น Pro SEO ที่ Kari Dephillips เขียนอยู่นั้น เป็นบริการที่ช่วยให้คุณรู้วิธีการเขียนที่ถูกต้องเพื่อให้มีคนเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณได้

และนี่คือ "9 เคล็ดลับของนักเขียนบทความ SEO มืออาชีพ" 1. ทำความเข้าใจ ศึกษาเกี่ยวกับ Keyword "หากคุณจะโพสต์ต์เนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ คุณอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบให้แน่ใจว่า Google เห็นความพยายามของคุณ ที่คุณพยายามหาว่าเป้าหมายของคุณนั้นกำลังค้นหาอะไรกันใน Google"

สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ การตรวจสอบว่ามีการค้นหา Keyword หรือคำหลัก และวลี ใดในหน้าการค้นหา Search Engines มากที่สุด (รวมถึง Keyword อื่นๆ ที่คุณสามารถใช้ในการแข่งขันได้) โดยการสร้าง รายการบันทึกรายการคำหลักไว้ (keyword spreadsheet) ด้วยตัวคุณเอง เพื่อติดตามดูยอดจำนวนของการค้นหา Keyword ของกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพื่อนำไปใส่ในหน้าเนื้อหาบทความของคุณ

โดยทีมงานของ Kari Dephillips เลือกใช้ SEMrush ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหา Keyword หรือคำหลัก ที่ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองเข้าไปดูคำแนะนำของทีมงานของ Kari Dephillips ได้ที่เว็บไซต์ comprehensive guide to keyword research for SEO ซึ่งได้ครอบคลุมเกี่ยวกับการศึกษา Keyword เกี่ยวกับการทำ SEO

2. ใส่ Keyword หลายๆ คำเพื่อดัน Traffic ให้คนเข้ามาดูเว็บไซต์ "ที่ผ่านมานักเขียนบทความ SEO เพียงแค่ใส่ Keyword ลงไปในเนื้อหาให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ – แต่มันไม่ใช่วิธีที่สามารถแข่งขันกับคนอื่นได้อีกต่อไป"

การใส่ Keyword ลงไปในเนื้อหาบทความเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าใส่ในปริมาณที่มากเกินไปนั้น นั้นกลับไม่ใช่วิธีที่ดี และอาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อบทความของคุณได้ เช่นเดียวกับกลยุทธ์ในการทำ SEO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเครื่องมือค้นหาใดๆ ก็ตาม คุณต้องมีเทคคิคการรวม Keyword ของคุณไว้ที่ชื่อหัวข้อเรื่อง และในเนื้อหาเนื้อหาบทความควรมี Keyword อยู่ใน 300 คำแรก หลังจากนั้นคุณควรพยายามที่จะใช้ Keyword ที่มีความหลากหลาย และสอดคล้องกันเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ

หากคุณรู้สึกว่าคุณกำลังเริ่มเขียนคำพูดเหลวไหลคุณมากเกินไป  โดยการที่คุณพยายามใส่คีย์เวิร์ดลงไปจำนวนมาก นั่นคือสิ่งที่คุณไม่ควรทำ เพราะจะทำให้บทความนั้นไม่เป็นธรรมชาติ

โปรดจำไว้ว่าผู้ที่ใช้เครื่องมือค้นหากำลังค้นหาในสิ่งที่พวกเขาต้องการทราบ เพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยการค้นหาผ่านเครื่องมือการค้นหาที่เรียกว่า search engines

ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้วที่คุณควรเขียนบทความเพื่อให้ความรู้แก่คนเหล่านั้น เเพื่อให้ผู้ชมเข้ามาอ่านบทความ SEO ของคุณ ซึ่งเป็นเทคนิคในการดึงดูดเป้าหมายให้มาเยี่ยมชมในสิ่งที่คุณต้องการ เป็นเทคนิคแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้ที่ใช้เครื่องมือค้นหาในสิ่งที่พวกเขาต้องการกับนักเขียนบทความ SEO มืออาชีพ

3. เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่คนสนใจ "ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นเขียนบทความ SEO ทุกชนิดให้ถามตัวคุณเองว่า: ใครสนใจอะไรกันบ้าง?"

ในบทความนี้ ทีมงานของ Kari Dephillips ไม่ได้มาล้อเล่นกับคนอ่าน พวกเขาแสดงให้เห็นว่า บ่อยครั้งที่นักเขียน SEO เขียนเนื้อหาโดยที่ไม่คำนึงถึงกลยุทธ์นี้คือ พวกเขาลืมไปว่าคนทั่วไป ณ ตอนที่พวกเขาเขียนเนื้อหา SEO นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนในเวลานั้นหรือไม่- ให้จำไว้ว่าคุณไม่ได้เขียนถึงอัลกอริทึมของ Google จริงๆ แล้วคุณกำลังเขียนเพื่อคนที่เป็นเป้าหมายของคุณ!

เมื่อคุณเขียน คุณควรพยายามเสนอสิ่งที่มีคุณค่าให้กับผู้อ่านของคุณเสมอ ในงานเขียนของคุณต้องบอกในสิ่งที่มีแต่คุณทำได้เพียงคนเดียว คุณสามารถให้บริการที่ไม่เหมือนใคร คุณสามารถแบ่งปันความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น

"ไม่มีใครรู้จักธุรกิจของคุณอย่างที่คุณทำอยู่ ดังนั้นให้ใช้การทำ SEO เพื่อประโยชน์ของธุรกิจของคุณ"

ถ้าไม่ทำในสิ่งที่ผู้คนกำลังสนใจอยู่ ณ ตอนนั้น อย่างน้อยคุณสามารถเขียนอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ หากมีข้อสงสัยให้ดูรายการ Keyword SEO ของคุณ เพื่อให้ดึงดูดคนให้กลุ่มเป้าหมายของคุณเข้ามาหาคุณ เวลาพวกเขาใช้ Keyword เหล่านั้นในการค้นหา 

หรือการโพสต์ในเชิงลึกที่คุณสามารถใช้ Keyword เหล่านั้นเพื่อใช้ในการสัมภาษณ์ อย่ากลัวที่จะสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญบางคน (ถ้าคุณพูดถึงพวกเขาและอ้างอิงถึงความเชี่ยวชาญของพวกเขาลงในโพสต์ของคุณ พวกเขาอาจจะมีแนวโน้มที่จะแบ่งปันเนื้อหาของคุณผ่านช่องทางโซเชียลของพวกเขาได้อีกด้วย วิธีนี้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่คุณไปสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อขึ้นด้วยตัวของคุณเอง)

4. รู้เทคนิคพื้นฐานของ SEO "การเพิ่มประสิทธิภาพ Keyword ทั้งหมดในโลกจะไม่สามารถช่วยคุณได้ หากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้จัดทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการอัพเดตไว้"

ในฐานะนักเขียน คุณไม่ได้ถูกคาดหวังให้ทราบวิธีการทำเว็บไซต์หรือเปิดใช้งาน HTTPS (HTTPS ช่วยเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับระหว่างคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้กับเว็บไซต์) ทั่วทั้งโดเมนได้ คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับวิธีเพิ่มงบประมาณการรวบรวมข้อมูลให้สูงสุด และคุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการลดขนาด JavaScript (ซึ่ง JavaScript เป็นภาษาคอมพิวเตอร์สำหรับการเขียนโปรแกรมบนระบบอินเทอร์เน็ต) เพียงแค่รู้เกี่ยวกับการทำ SEO เชิงเทคนิคสามารถทำให้คุณเป็นนักเขียน SEO ที่ดีขึ้น

ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจว่า Google รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บและกำหนดสิทธิ์ในการเชื่อมโยงช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์ได้อย่างไร ท้ายที่สุดการเขียนเนื้อหาไม่ได้เป็นเพียงแค่การเขียนโพสต์ลงไปในบล็อกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเขียน (และเชื่อมโยง) กับกลุ่มเป้าหมาย

หากคุณมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าโครงสร้างของบล็อกของคุณเป็นอย่างไร คุณสามารถช่วยทำให้ทุกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า backlink แค่ 1 โพสต์ต์ของคุณจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณได้รับประโยชน์สูงสุดได้

นอกจากนี้ Backlink ยังช่วยให้คุณเข้าใจ วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่เว็บไซต์ได้มากกว่าเพียงแค่ใช้ Keyword  ในการดึงดูดให้เป้าหมายของคุณเข้ามายังเว็บไซต์

จัดการเว็บไซต์ของคุณ ลดขนาดรูปภาพในเว็บไซต์ของคุณให้เล็กลง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีป๊อปอัพมากเกินไปในหน้าใดหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ หรือเพียงแค่ทำให้แน่ใจว่าโพสต์ในบล็อกของคุณนั้นได้รับการจัดทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการอัพเดต แล้วนำข้อมูลที่ได้กลับไปเก็บไว้ในฐานข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะทั้งหมดที่คุณควรมี ในฐานะนักเขียนบทความ SEO

5. ทำให้บทความคงอยู่ให้นานพอที่เป้าหมายสามารถมาพบคุณได้ "แน่นอนว่า การมีคำใหม่ 100 คำในเนื้อหาเป็นสิ่งที่ดีกว่าไม่มีเนื้อหาอะไรเลย – แต่มันอยู่ที่ว่าคุณสามารถส่งต่อเนื้อหาบทความที่มีคุณค่าของคุณไปได้มากแค่ไหนเท่านั้นเอง"

เครื่องมือค้นหามักจะให้ความสำคัญกับบล็อกหรือบทความที่ยาวมาก และบทความหรือบล็อกเหล่านั้นต้องดีและมีความเหมาะสมด้วย โดยพยายามที่จะใช้คำอย่างน้อย 600 คำ ในหน้าเนื้อหาบทความ แต่ถ้าคุณได้ 1,000 หรือมากกว่านั้นก็ทำไปเลย!

มีการวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า เครื่องมือค้นหามักจะชอบเนื้อหา "เชิงลึก" อย่างน้อย 2,000 คำ ทีมงานของ Kari Dephillips ได้แสดงให้เห็นว่าลูกค้าของพวกเขา และโพสต์ในบล็อกที่ได้รับความนิยมสูงสุดของพวกเขา คือการใช้คำอย่างน้อย 1,500 คำ

การที่เนื้อหาของคุณยาวขึ้นพร้อมกับเนื้อหาที่มีคุณค่ามากขึ้นที่คุณจะให้กับผู้อ่านของคุณ ทำให้โอกาสที่คุณจะมีอัตราส่วนของคนเข้ามาเว็บเรา แล้วอยู่แค่หน้าเดียว แล้วปิดไป ซึ่ง Google มองว่าถ้ามีอัตราดังกล่าวสูง แสดงว่าเว็บเราไม่มีคุณภาพเพียงพอ หรือไม่โดนใจคนอ่านพอ ให้กดไปหน้าอื่นๆ เป็นสาเหตุให้ Google เปลี่ยนการจัดอันดับเว็บไปอยู่ท้ายๆได้

6. เฝ้าติดวิเคราะห์ตามงานของคุณ "การเขียน SEO ไม่ใช่เรื่องง่ายและลืมไม่ได้ – คุณไม่ควรแค่โพสต์เนื้อหาของคุณเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่กลับมาใส่ใจโพสต์ของคุณอีกเลย"

ที่จริงแล้วคุณควรติดตามเนื้อหาของคุณเป็นประจำโดยใช้ Google Analytics (เครื่องมือของ Google ที่สามารถเข้าใช้ได้ฟรี ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เข้าถึงข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ปรับปรุงในส่วนงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำการตลาด การซื้อโฆษณา การปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ และการหาสิ่งที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์สนใจ เช่น สินค้า บริการ รวมถึงเนื้อหาต่างบนเว็บไซต์ของเราเองด้วย) ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยคนที่ใช้เวลาค้นหากับ SEMrush (เครื่องมือค้นหาคำหลักตัวหนึ่งที่ช่วยงานการตลาดดิจิทัล) บนเว็บไซต์ ซึ่งอัตราการ bounce rate (ซึ่งอัตราส่วนของคนเข้ามาเว็ปเราแล้วอยู่แค่หน้าเดียวแล้วปิดไป) และ session (ระยะเวลาที่คนเข้ามาอยู่ในเว็บไซต์) นั้นมีความสำคัญ มากกว่าปริมาณของ Keyword เสียอีก

เมื่อคุณคิดถึงสิ่งนี้มันไม่น่าแปลกใจเลย หากเว็บไซต์ของคุณมีอัตราส่วนของคนเข้ามาเว็บเรา แล้วอยู่แค่หน้าเดียวแล้วปิดไปมีจำนวนที่สูง นั่นหมายความว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณไม่ได้อยู่ในเว็บของคุณนานพอ อาจเป็นเพราะหน้าเว็บของคุณไม่ได้ให้ข้อมูลที่พวกเขาต้องการ หากการ bounce rate ของคุณมีอัตราที่สูงขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าหน้าเว็บของคุณจะไม่ได้รับการปรับแต่งสำหรับ Keyword ที่เหมาะสม

คุณควรได้รับการเตือนว่ามีสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหามากมายที่อาจทำให้อัตราการ bounce rate ของคุณพุ่งสูงขึ้น

การมีป๊อปอัพที่มากเกิน ทำให้โหลดช้า โฆษณาหรือภาพที่ไม่เหมาะสมและองค์ประกอบการออกแบบที่ไม่สวยใดๆ ก็ตาม สามารถผลักผู้เข้าชมให้ออกไปได้ การเขียนเนื้อหา SEO ที่ดีนั้นไม่ได้เกี่ยวกับคำบนหน้าจอเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการองค์ประกอบต่างๆ ในเว็บไซต์ที่พวกเขาได้เห็นด้วย เช่น ป๊อปอัพ และโฆษณาต่างๆ หากเนื้อหาบทความถูกบดบังด้วยการออกแบบที่ไม่ดีจะไม่มีใครติดตามไปไปอ่านไ

ความเหมาะสมในการเขียนเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ

หากคุณใช้ WordPress (โปรแกรมที่ช่วยสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป) เป็นแพลตฟอร์มบล็อกของคุณ ซึ่งจริงๆ แล้วมีเครื่องมือประชาสัมพันธ์ออนไลน์ฟรีอยู่มากมาย ในรูปแบบของโปรแกรมเสริมซึ่งเรียกว่า (plug in) ที่คุณสามารถใช้ประโยชน์ได้ สำหรับ The Content Factory พวกเขาใช้ Yoast และ Shareaholic ในการช่วยประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ให้ใช้ฟรีและง่ายต่อการใช้งาน เพียงแค่คุณกดลิงค์ก็สามารถ "ติดตั้งได้ทันที"

7. แก้ไขงานของคุณ "ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างนักเขียนบทความ SEO มืออาชีพ และคนทั่วไปคือการแก้ไขด้วยตนเอง"

โปรแกรมอย่าง Open Office, Google Docs และ Microsoft Word ช่วยทำให้งานของคุณง่ายขึ้นได้ – สำหรับตัวยึกยือสีแดงและสีเขียวที่ปรากฎในเอกสารของคุณมีประโยชน์มากสำหรับการตรวจสอบการใช้คำ และการเว้นวรรคในงานเขียนของคุณ เพราะการมีรูปแบบหน้าเอกสารที่ดีเป็นที่น่าพึงพอใจถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันอย่าใช้การย่อหน้าและประโยคที่ยาวเป็นพิเศษเกินไป

หากคุณทำได้ ก็เป็นความคิดที่ดีที่จะให้คนอื่นมาอ่านงานเขียนของคุณก่อนที่คุณจะทำการโพสต์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นนักเขียน SEO (หรือบรรณาธิการ) แต่สายตาของคนที่ไม่ใช่นักเขียนเนี่ยแหละสามารถจับผิดงานเขียนของคุณได้เป็นอย่างดี

8. ผันตัวคุณเองให้เป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ออนไลน์ "เมื่อคุณเขียน และโพสต์เนื้อหาใหม่ ในการทำ SEO นั้นเสร็จสมบูรณ์เพียงครึ่งเดียว"

การโพสต์เนื้อหาใหม่ของคุณนั้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ เนื้อหาบทความที่โพสต์นั้นได้ประชาสัมพันธ์ตัวมันเอง โดยการที่มันถูกนำไปเชื่อมโยงหรือแชร์ในทุกที่ที่แสดงความคิดเห็นในบล็อกและลิงค์ ซึ่งผลลัพธ์นั้นจะย้อนกลับมายังเว็บไซต์ของคุณ

9. ตระหนักว่าการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียน SEO ต้องใช้เวลา "การเขียน SEO นั้นเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึกฝน – เช่นเดียวกับทักษะอื่นๆ ที่คุณไม่สามารถเชี่ยวชาญได้ในชั่วข้ามคืน"

ทักษะในการเขียน SEO ที่สมบูรณ์แบบในชั่วข้ามคืนเป็นอะไรที่ไม่สามารถเป็นไปได้โดยสิ้นเชิง ดูจากการที่คุณเขียนเนื้อหา SEO คุณจะต้องกลับไปแก้ไขเนื้อหาของคุณ ทำการวิเคราะห์เริ่มต้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่เฉพาะเจาะจงแก่คุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ตีทองคำในการลองครั้งแรกของคุณ แต่คุณสามารถปรับปรุงเนื้อหาของคุณให้สมบูรณ์แบบได้จนกว่าจะเริ่มทำการจัดอันดับ เช่นเดียวกันเนื้อหาทุกชิ้นที่คุณเขียนยังเป็นอีกหนึ่งรอยที่คุณคาดไม่ถึง

และ คุณยังต้องทำแบบนี้เช่นเดียวกันในทุกบทความที่คุณเขียน!

ฉะนั้น การที่ต้องใช้เวลาเพื่อฝึกฝนตนเองให้เป็นนักเขียน SEO จึงไม่ใช่ปัญหา เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักเขียนบทความ SEO ซึ่งในครั้งแรกๆ คุณก็ต้องกลับมาวิเคราะห์ อ่าน และทบทวนงานเขียนของคุณเพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ จนกว่าเนื้อหาบทความนั้นสามารถติดอันดับในหน้าการค้นหาได้

Ref:  https://www.contentfac.com/7-secrets-of-professional-seo-writers/

FacebookTwitterLineCopy LinkShare "