https://mail.google.com/mail/u/0?ui=2&ik=fb1036a398&attid=0.1&permmsgid=msg-f:1611220453590653037&th=165c3477471d586d&view=att&disp=safe https://www.latindex.org/latindex/ficha?folio=28152

Comentários do leitor

เนย์มาแถลงว่า sbothai เว็บไซต์ที่เขามั่นใจมีเว็บเดียวที่thsbo333.comโปรโมชั่นดีบริการไวและข่าวที่ว่

por Cecilia Bastyan (2019-07-19)


"สมจินต์" มองกำไร บจ. ยังสามารถเติบโตในระดับเฉลี่ยที่ 8-12% และมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปเป็น 10-12% เผยระดับดัชนีในปัจจุบันถือว่าราคาไม่แพง
และช่วงที่มีความเหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้นสะสม ที่ระดับดัชนี 1,400 จุด พร้อมเชื่อว่า การลงทุนภาครัฐจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และดัชนีหุ้นไทยน่าจะผ่าน 1,500 จุด
ส่วนการประชุม กนง. วันที่ 5 ส.ค.นี้ คาดจะคง ดบ. ที่ระดับ 1.5% นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย มุมมองตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมานับว่าเป็นช่วงการปรับฐาน
ตามการประมาณการของหลายๆ ฝ่ายที่คาดว่า การทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า
ระยะยาวการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังสามารถเติบโตในระดับเฉลี่ยที่ 8-12% และมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปเป็น 10-12% ทำให้มองว่า ระดับดัชนีในปัจจุบันถือว่าราคาไม่แพง
และช่วงที่มีความเหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้นสะสม โดยเชื่อว่าการลงทุนภาครัฐจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง สำหรับการประชุมของคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.)
ในวันที่ 5 ส.ค. Should you liked this short article and sbothai also you would want to sbothai receive guidance concerning sbothai kindly check out our own web site. นี้ คาดว่า กนง.อาจจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% หรือมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ซึ่งหากดูจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว
และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง "เรามองว่า ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันก็ถือว่าเหมาะสม
และสามารถประคองเศรษฐกิจไทยได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังชะลออยู่ และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ก็อาจจะมีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง
โดยเราเชื่อว่าทาง กนง.จะมีการประเมินสถานการณ์ต่างๆ และตัดสินอย่างเหมาะสม" นายสมจินต์ กล่าว ด้านนายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.ทหารไทย
กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,400 -1,500 จุด อย่างไรก็ตาม หากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐมีความชัดเจน เชื่อว่า
ดัชนีหุ้นไทยก็มีโอกาสที่จะทะลุ 1,500 จุดขึ้นไป โดยมองว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้การเคลื่อนไหวของดัชนีจะไม่หวือหวา
เพราะยังมีปัจจัยภายในประเทศที่กดดันอยู่ทั้งเรื่องปัญหามาตรฐานการบิน และการประมง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ที่อาจจะมีผลต่อการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นผลกระทบมากนัก เนื่องจากปัจจุบันเงินทุนต่างชาติเหลืออยู่ในไทยไม่มากแล้ว ทั้งนี้
แนะนำนักลงทุนเข้าลงทุนในช่วงเดือน ก.ย. หลังจากที่มีความชัดเจนเรื่องอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ แล้ว โดยให้ทยอยสะสมหุ้นที่ระดับดัชนี 1,400 จุด
สำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการลดหย่อนภาษีแนะลงทุนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับตลาดต่างประเทศที่น่าสนใจ อาทิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ยุโรป ที่มีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก่อนหน้านี้ และตลาดหุ้นเอเชียที่ P/E อยู่ในระดับต่ำ